ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติห่วงสถานการณ์น้ำ หมดฝนนี้กระทบภาคเกษตร เตือนติดตามอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมด้วย นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เข้าติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ห้องบัญชาการและวิเคราะห์สถานการณ์ (War Room) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) โดย ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ให้การต้อนรับและชี้แจงสถานการณ์น้ำในเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อย แม้ประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีฝนตกหนักจากพายุ “โพดุล” และพายุ “คาจิกิ” แต่ก็ยังมีเขื่อนที่มีน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุ ทั้งหมด 8 แห่ง ประกอบไปด้วย เขื่อนแม่กวง (30%)  เขื่อนลำพระเพลิง (20%)  เขื่อนอุบลรัตน์ (27%)  เขื่อนลำนางรอง (16%)  เขื่อนลำแซะ (28%)  เขื่อนทับเสลา (23%)  เขื่อนกระเสียว (22%) และเขื่อนคลองสียัด (23%)  ซึ่งอาจมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนภาคการเกษตรในฤดูแล้งปี 2563 โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ที่มีน้ำใช้การได้เพียง 66 ล้าน ลบ.ม. อาจจำเป็นต้องใช้น้ำก้นอ่าง (Dead Storage) เพื่อเป็นน้ำอุปโภค-บริโภคเท่านั้น ส่งผลให้ขาดน้ำเพื่อการเพาะปลูกต่อเนื่องอีกปี

สำหรับสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล  เขื่อนสิริกิติ์  เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักฯ) ยังคงมีน้ำใช้การได้รวมกันเพียง 5,400 ล้าน ลบ.ม.  ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการทำนาปรังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีความห่วงใยเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีน้อย จึงสั่งการให้สภาเกษตรกรแห่งชาติออกหนังสือแจ้งเตือน “สถานการณ์ปริมาณน้ำน้อยในเขื่อนสำคัญ” และขอให้พื้นที่ที่ใช้น้ำจากเขื่อนทั้ง 8 แห่ง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ รวมทั้งจัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองเพื่อใช้ในฤดูแล้งปี 2563  นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้สภาเกษตรกรแห่งชาติและสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับ สสน.อย่างใกล้ชิดต่อไป