เกษตรกรเวียดนามเร่งปลูก “ขนุนไทย” หลังผลผลิตทำราคาดีกว่าข้าว

เกษตรกรในเวียดนามได้หันมาปลูก “ขนุนไทย” เนื่องจากมีความต้องการเพิ่มขึ้น ทั้งในเมืองจีน และ เพื่อรองรับอนาคตของ เนื้อสัตว์ทางเลือก Plant-Based Protein โดยเริ่มทยอยปลูกแทนข้าวในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง

 

เนื้อสัตว์ทางเลือก Plant-Based Meat กำลังมาแรงในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะระบาดไปทั่วโลก ซึ่งทำให้เกิดความต้องการพืชที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อสัตว์อย่างขนุน ขึ้นมาอย่างมาก เพื่อนำไปทำวัตถุดิบ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ขนุนพันธุ์ไทยมีราคาสูงขึ้นขณะที่ราคาข้าวยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้าวพันธุ์ IR 50404 มีราคาขายกิโลกรัมละ 4,300 – 4,500 ด่ง (ประมาณ 0.19 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกรเฮกตาร์ละ 30 ล้านด่งต่อปี แต่ในขณะที่ขนุนสายพันธุ์ไทยมีราคาขายกิโลกรัมละ 60,000 – 65,000 ด่ง (2.6 – 2.8 ดอลลาร์สหรัฐ) และสร้างรายได้ให้เกษตรกรเฮกตาร์ละ 600 ล้าน – 1,200 ล้านด่งต่อปี (25,960 – 51,921 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี)

* ราคาขนุนที่สูงขึ้นทำให้เกษตรกรท้องถิ่นโดยเฉพาะในจังหวัดเหิวยาง ซอกจาง และนครเกินเทอ เปลี่ยนมาลงทุนปลูกขนุนพันธุ์ไทยจำนวนมาก ซึ่งมีคุณภาพสูง เติบโตง่าย และเก็บรักษาได้นานกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับขนุนสายพันธุ์เวียดนาม ทั้งนี้ ปัจจุบัน ร้อยละ 80 ของขนุนสายพันธุ์ไทยที่ปลูกในเวียดนามถูกส่งออกไปจีน

ที่มา : globthailand.com