ไทยคว้ารางวัลรองชนะเลิศรางวัลด้านการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมง

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ประเทศไทยได้รับรางวัลรองชนะเลิศรางวัล STOP IUU FISHING AWARD ครั้งที่ 3 ที่กรมประมงได้ส่งเข้าประกวดกับองค์กร International MCS Network. รางวัล STOP IUU FISHING AWARD เป็นรางวัลที่ มอบให้กับบุคคล ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศจากทั่วโลก ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและเสนอแนะแนวทางในการแก้ไข ป้องกันและขจัดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานการทำประมงทั่วโลกให้ก้าวเข้าสู่การประมงอย่างยั่งยืน

ผลงานของกรมประมงที่ได้รับรางวัลดังกล่าว เป็นผลจากการดำเนินการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับของไทยทั้งระบบ ที่มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการควบคุมและตรวจสอบสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทย และสัตว์น้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเรือประมง ระบบบันทึกข้อมูลสัตว์น้ำและควบคุมการตรวจสอบย้อนกลับเรือประมงไทย และระบบควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร รวมทั้งผู้ประกอบการ ทำให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบตลอดสายการผลิต การได้รับรางวัลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จของรัฐบาลไทยในการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำตลอดเวลากว่า 3 ปี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU และควบคุมมิให้มีการนำเข้าและส่งออกสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมง IUU ทั้งนี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมประมงไทยปราศจากการทำประมง IUU ทั้งระบบ และเพื่อให้กระบวนการผลิตสินค้าประมงของไทยได้คุณภาพมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน ซึ่งก่อให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจากทั่วโลก

รางวัล STOP IUU FISHING AWARD เป็นรางวัลที่มอบให้กับบุคคล ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศจากทั่วโลก ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและเสนอแนะแนวทางในการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังปัญหา IUU ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำประมงทั่วโลกให้ยั่งยืน

เกณฑ์การตัดสินวัดจากอะไร?

  1. ความสำเร็จ = ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ในการขจัดปัญหา IUU
  2. นวัตกรรม = วิธีการอย่างสร้างสรรค์ในการจัดการกับปัญหา IUU
  3. ความเป็นไปได้และค่าใช้จ่าย = สามารถใช้ได้จริง ชาวประมงหรือบุคคลอื่น ๆ สามารถนำไปทำซ้ำเองได้
  4. ศักยภาพ = สามารถนำไปเป็นเครื่องมือ ในการดำเนินการในโครงการนำร่อง
  5. การศึกษา = ช่วยแบ่งปันแนวปฏิบัติใหม่ หรือแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นที่รู้จักของ MCS ซึ่งจะเสริมสร้างความเข้มแข็งกับการต่อสู้กับ IUU ในระดับโลก

ทำไมระบบตรวจสอบย้อนกลับของไทยถึงได้รางวัล?

รัฐบาลได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการควบคุมและตรวจสอบสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทย และสัตว์น้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีการเชื่อมโยงระหว่างระบบข้อมูลของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  1. ระบบ Fishing Info System (FI System) คือ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลของเรือประมง ระบบการออกใบอนุญาตทำการประมง และระบบการตรวจสอบติดตามการทำการประมงของเรือประมงของไทย โดยใช้ระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System – VMS)
  2. ระบบ Thai – flagged Catch Certificate System คือ การบันทึกข้อมูลของสัตว์น้ำ และควบคุมการตรวจสอบย้อนกลับของเรือประมงไทย โดยหน่วยงานของไทยสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลของสัตว์น้ำได้ตลอดสายการผลิต
  3. ระบบ PSM Linked Processing Statement System (PPS) คือ การควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ โดยจะมีการบันทึกข้อมูลการตรวจสัตว์น้ำ ตั้งแต่ก่อนเข้าเทียบท่า การตรวจสอบ ณ ท่าเทียบเรือ และการควบคุมกระบวนการการตรวจสอบการนำสัตว์น้ำขึ้นท่า เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร รวมถึงผู้ประกอบการ ทำให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบตลอดทั้งสายการผลิต

รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จของรัฐบาลไทยในการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำตลอดห่วงโซ่อุปทานมาตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU และควบคุมมิให้มีการนำเข้าและส่งออกสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมง IUU ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้อุตสาหกรรมประมงไทยปราศจากการทำประมง IUU ทั้งระบบ และเพื่อให้กระบวนการผลิตสินค้าประมงของไทยได้คุณภาพมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน ซึ่งก่อให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจากทั่วโลก เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 ไทยได้ยื่นสัตยาบันสารอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคการประมง พ.ศ. 2550 โดยไทยเป็นประเทศที่ 14 ของรัฐสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาดังกล่าว การปฏิบัติตามอนุสัญญานี้จะทำให้สภาพการทำงาน ที่พักอาศัย อาหาร อาชีวอนามัยและความปลอดภัย สัญญาจ้างงาน และการประกันสุขภาพของแรงงานในภาคการประมงดีขึ้น โดยอนุสัญญาฯ จะมีผลใช้บังคับใน 12 เดือนนับจากวันที่ให้สัตยาบัน หรือวันที่ 30 มกราคม 2563

ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์, ไทยคู่ฟ้า