มหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดศึกษาระเบียบ เตรียมพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่น

 

แม้ว่า “พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562” ที่ประกาศให้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2562 ในมาตรา 11 ได้บัญญัติไว้ว่า ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งครบวาระ หรือภายใน 60 วัน นับแต่วันที่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระเว้นแต่ในกรณีของสมาชิกสภาท้องถิ่น ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึง 180 วัน จะไม่จัดการเลือกตั้งก็ได้

ขณะที่ใน บทเฉพาะกาล มาตรา 142 นั้น ระบุเงื่อนไขและขั้นตอนไว้ว่า ในการเลือกตั้งครั้งแรกภายหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับให้เป็นอำนาจของ “คณะรัฐมนตรี” (ครม.) เห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้แจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบเพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง

แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถ จัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ด้วยเหตุผลมากมาย…

 

 

* เลือกตั้งท้องถิ่นเริ่มก.ค.63

 

กลางเดือนพฤศจิกายน 2562 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่ เป็นประธานกมธ. ได้เชิญภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยว ข้องมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าที่เกิดขึ้น ได้รับคำชี้แจงว่า เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้น กกต. คาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อเตรียมการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2563 อยู่ที่ ประมาณ 1,141 ล้านบาท รวมถึงความพร้อมเกี่ยวกับกฎหมายที่ กกต.จะต้องปรับปรุงกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน

อย่างไรก็ดี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สรุปกรอบเวลาเบื้องต้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเอาไว้ว่า เมื่อ กกต.ออกระเบียบต่างๆ เสร็จในเดือนธันวาคม ก็จะเสนอให้ ครม.เห็นชอบเพื่อส่งผ่านสู่กระบวนการแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายใน 120 วันโดยการเลือกตั้งผู้ว่าฯการกรุงเทพมหานคร จะเกิดขึ้นเป็นอย่างแรก ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเริ่มเกิดขึ้นไม่เกินเดือนกรกฎาคม 2563 *

 

* กกต.เตรียมเลือกตั้งท้องถิ่น

 

กระทั่งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 กกต.ได้ออก “ระเบียบคณะ กรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562” ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จำนวน 18 หมวด 228 ข้อ และบทเฉพาะกาล 3 ข้อ รวม 231 ข้อ โดยมีสาระสำคัญ อาทิ ในข้อ 2 ระบุว่า ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  • ข้อ 3 ให้ยกเลิก ระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นฉบับต่างๆ รวม 8 ฉบับ และยก เลิกประกาศกกต.เรื่องมอบอำนาจให้กกต.จังหวัดดำเนินการรับคำร้องและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นปี 2552

 

หมวด 1 บททั่วไป ส่วนที่ 1 : การประกาศให้มีการเลือกตั้ง

  • ข้อ 6 ระบุว่า ก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 60 วัน หรือกรณีที่จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระให้หัวหน้า พนักงานส่วนท้องถิ่นนั้นแจ้งให้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบเพื่อเตรียมการจัดให้มีการเลือกตั้งและให้รายงาน กกต.โดยเร็ว
  • ข้อ 7 ให้ผอ.เลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอร่างประกาศให้มีการเลือกตั้งตามแบบต่างๆ แล้วแต่กรณีต่อผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัด เมื่อผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดได้เห็นชอบตามมาตรา 12 วรรค 1 แห่งพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ.2562 แล้วให้ ผอ.เลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกาศให้มีการเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 30 วัน

 

หมวด 2 เขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง และที่เลือกตั้ง ส่วนที่ 1 : เขตเลือกตั้ง

  • ข้อ 12 เขตเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นให้เป็น ไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้ถือเขตเป็นเขตเลือกตั้ง ถ้าเขตใดมีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง 150,000 คน ให้แบ่งเขตนั้นออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะพึงมี โดยแต่ละเขตเลือกตั้งต้องมีจำนวนราษฎรใกล้เคียงกัน สำหรับจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะพึงมีในแต่ละเขตให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. ให้ถือเขตอำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง ในกรณีที่อำเภอใดมีสมาชิกได้เกินกว่า 1 คน ให้แบ่งเขตอำเภอเป็นเขตเลือกตั้งเท่ากับจำนวนสมาชิกที่จะพึงมีในอำเภอนั้น และมีสมาชิกเขตเลือกตั้งละ 1 คน สำหรับจำนวนสมาชิกสภา อบจ.ที่จะพึงมีในแต่ละอำเภอให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น
  3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ให้แบ่งเขตเทศบาลเป็น 2 เขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมือง ให้แบ่งเขตเทศบาลเป็น 3 เขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา ให้แบ่งเขตเทศบาลหรือเขตเมืองพัทยาเป็น 4 เขตเลือกตั้ง ในการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องมีจำนวนสมาชิกสภาเทศบาลหรือสมาชิกสภาเมืองพัทยาเท่ากันทุกเขตเลือกตั้ง
  4. การเลือกตั้งสมาชิกสภาอบต.ให้ถือเขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กฎหมายว่าด้วยสภาตำบลและอบต.จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  5. การเลือกตั้งสมาชิกสภา อปท.อื่น ให้ถือเขตของ อปท.นั้นเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งอปท.นั้นจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  • ข้อ 13 ให้ ผอ.เลือกตั้งจังหวัด ดำเนินการเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละอปท.ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและหลักเกณฑ์ข้างต้นโดยพิจารณาจำนวนราษฎรของ อปท.จากประกาศจำนวนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งโดย
  1. ต้องให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งใกล้เคียงกันมากที่สุด
  2. ให้แบ่งพื้นที่ของแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีพื้นที่ติดต่อกัน เว้นแต่ตามสภาพพื้นที่ของ อปท.ทำให้ไม่อาจแบ่งเขตเลือกตั้งให้มีพื้นที่ติดต่อกันได้ จะกำหนดให้เขตเลือกตั้งมีพื้นที่ไม่ติดต่อกันเท่าที่จำเป็นก็ได้ ในเขตเทศบาลหรือเขตชุมชนหนาแน่นอาจกำหนดให้ใช้แนวเขตภูมิประเทศ เช่น ถนน ตรอก ซอย หรือแยก คลอง หรือแม่นํ้าเป็นแนวเขตเลือกตั้งก็ได้
  3. คำนึงถึงตำบลที่มีจำนวนราษฎรมากที่สุดเป็นหลัก *
  4. คำนึงถึงการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน

ในการดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ ผอ.เลือกตั้งจังหวัด ดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ โดยในแต่ละรูปแบบมีรายละเอียดประกอบด้วย อาทิ แผนที่ภาพสีที่แสดงมาตราส่วนมาตรฐานที่มีรายละเอียดแสดงความแตกต่างระหว่างเขตเลือกตั้งได้อย่างชัดเจน และบรรยายแนวเขตโดยรอบพื้นที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง หรือระบุท้องที่ที่ประกอบเป็นเขต เลือกตั้งก็ได้ เป็นต้น

* ในบทเฉพาะกาล ข้อ 231 ระบุว่า ภายหลังระเบียบนี้มีผลใช้บังคับให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นดำเนินการสรรหา บุคคลเป็น “คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” โดยให้ดำเนินการตาม หมวด 3 เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ส่วนที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสนอให้กกต.พิจารณาแต่งตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำอปท.ให้แล้วเสร็จก่อนประกาศให้มีการเลือกตั้ง

 

* เลือกตั้ง “ผู้ว่าฯกทม.” ก่อน

 

ดังนั้น ระหว่างนี้ กกต.จึงต้องดำเนินกระบวนการคัดเลือกหาผู้ที่จะมาเป็น “คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” และดำเนินการจัดแบ่งเขตเลือกตั้งท้องถิ่นระดับต่างๆ ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลา 2 -3 เดือน จากนั้นจึงแจ้งให้ ครม.ทราบว่า กกต.พร้อมรับศึกเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศในระดับต่างๆ แล้ว เพื่อให้ ครม.เรียกไปหารือว่า จะเลือกตั้งท้องถิ่น กันได้เมื่อใด อย่างไร ซึ่งประกอบด้วย

  1. การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสภา กทม. แห่ง
  2. เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสภาเมืองพัทยา 1 แห่ง
  3. เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และสภา อบจ. จำนวน 76 แห่ง
  4. เลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสภาเทศบาล จำนวน 2,444 แห่ง และ
  5. เลือกตั้ง สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ทั่วประเทศ 5,330 แห่ง
    รวมจะมีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ กว่า 130,000-140,000 คน

 

* หลังได้ข้อสรุป กกต.จึงจะ ออกประกาศกำหนดการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าฯกทม. เมืองพัทยา อบจ. เทศบาล และ อบต. ต่อไป จากการคาดการณ์ของ พล.อ.อนุพงษ์ ระบุไทม์ไลน์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะเกิดขึ้นก่อน ขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่นจะเริ่มเกิดขึ้นได้ไม่เกินเดือนกรกฎาคม 2563

 

 

ที่มา : หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,535 วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562-1 มกราคม พ.ศ. 2563