ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติระบุ หลังการเลือกตั้งกัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่

 ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ บรรยายเรื่องการใช้ประโยชน์จากกัญชาและกัญชงในทางการแพทย์และอาหาร
พร้อมระบุ จะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในอนาคตอันใกล้นี้ เพียงรอขั้นตอนตามกฎหมาย
ที่สภาเกษตรกรจะนำร่องโดยภาคีเครือข่ายและสถาบันการศึกษา

        นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวที่โรงแรมแกรนด์ฮิลล์ รีสอร์ทแอนด์สปา อำเภอเมือง ว่า สภาเกษตรกรร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้ผลักดันงานวิจัยสารสกัดกัญชาที่เกี่ยวกับยาและอาหารมาตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากเห็นสมาชิกเกษตรกรเสียชีวิตไปจำนวนมาก จากเบาหวาน ความดัน หัวใจ และก่อนเสียชีวิตใช้เงินในการรักษารายละประมาณ 3,000,000 บาท ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมา ทีมงานเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ตลอดเวลาที่ผลักดันพบว่า ในยุโรปมีการศึกษาเรื่องกัญชามากว่า 20 ปี ในขณะนี้ประเทศไทยมีช่องทางที่จะทำให้กัญชาเป็นทางเลือกใหม่ของพืชเศรษฐกิจ เพราะในตลาดมืดปัจจุบัน ราคากิโลกรัมละ 10,000 บาท ประเทศเพื่อนบ้าน กิโลกรัมละ 5,000 บาท พื้นที่ 1 ไร่ มีผลผลิตกัญชาประมาณ รอบละ 500 กิโลกรัม ใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ดังนั้นใน 1 ปี จะปลูกได้ถึง 3 ครั้ง ได้ผลผลิตรวมไร่ละ 1,500 กิโลกรัม หากกิโลกรัมละ 1,000 บาท ในพื้นที่ 1 ไร่จะมีรายได้ถึง 1,500,000 บาท เกษตรกรสามารถปลดหนี้สินที่มีได้ 1 ไร่ มีผลผลิตกัญชาประมาณรอบละ 500 กิโลกรัม ใช้ระยะเวลาปลูกประมาณ 3 เดือน  อย่างไรก็ตามปัจจุบันกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษ การปลูกยังจำกัดขอบเขต ในกลุ่มสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนทางการแพทย์ ผู้ปลูกต้องเป็นกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตร ที่ต้องมีขั้นตอนความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหรือแพทย์ผู้วิจัย ซึ่งสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ประสานเบื้องต้นกับมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อบันทึกความตกลงร่วมมือทำโครงการวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดกัญชาในเชิงอาหารและยารักษาโรค ซึ่งจะมีพิธีบันทึกความร่วมมือในต้นเดือนมีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะเสนอขออนุญาตจากรัฐบาลตามกฎหมาย ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า หลังจากการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ กัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ให้แก่เกษตรกร รวมทั้งไผ่ ที่มีอนาคตที่สดใสเช่นกัน

 
 

ที่มา : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์